Search This Blog

Wednesday, 8 June 2011

UK Visa - Submit Visa and Have a Biometic Test

UK Visa ประสบการณ์การยื่นคำร้องวีซ่าท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร UK General Visit Visa  
หลังจากที่ 1 กรอกใบคำร้องวีซ่าท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร 2. จองคิววันยื่นทางออนไลน์ เพื่อมายื่นคำร้อง ณ ศูนย์รับคำร้องวี เอฟ เอส แล้ว คราวนี้ถึงคราวไปยี่นด้วยตนเองเสียที
ภาพถ่ายเดอะทาวเวอร์บริดจ์ The Tower Bridge

การยื่นใบคำร้องวีซ่าสหราชอาณาจักรนั้น ต้องไปยื่นด้วยตัวเองที่ศูนย์รับคำร้อง ทั้งนี้ก็เพราะผู้ที่จะเดินทางไปยังสหราชอาณาจักรทุกคนจะต้องผ่านการบันทึกข้อมูลทางชีวภาพหรือไบโอเมตริก Biometric ดังนั้นผู้
ที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัดก็ต้องไปยื่นคำร้องที่ศูนย์รับคำร้องของสหราชอาณาจักรที่กรุงเทพฯ  
ศูนย์นี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 (ที่ดูเหมือนชั้นลอย) ของอาคารรีเจนท์เฮ้าส์ ซึ่งอาคารดังกล่าวอยู่ติดกับสถานบันสอนภาษา AUA.
ไปได้หลายทางทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้าและแท็กซี่ ตอนที่ดิฉันไปยื่นคำร้องเป็นครั้งแรก ดิฉันเลือกไปโดยรถเมล์ เพราะค่อนข้างคุ้นเคยกับพื้นที่บริเวณนั้นเป็นอย่างดี โดยนั่งรถประจำทางจากบ้านไปลงที่เซ็นทรัลเวิร์ลด์แล้วก็ข้ามถนนไปยังหน้า Big C เพื่อขึ้นรถประจำทางสายไหนก็ได้ ที่เขียนว่าสวนลุม สีลม สาธร เพราะจะนั่งต่อไปเพียงไม่กี่ป้ายราว พอผ่านป้ายสถานีรถไฟฟ้าราชดำริ ก็ลงป้ายต่อไปซึ่งเป็นป้ายรถเมล์ที่อยู่ตรงหน้าตึกเอยูเอ AUA เมื่อลงรถเมล์แล้ว หันหน้าเข้าหา AUA แล้วจึงเดินไปทางทิศที่อยู่ด้านขวาต่ออีกหน่อยเดียว
แต่สำหรับคนที่ใช้รถไฟฟ้าเป็นอาจิณ ก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีราชดำริ แล้วออกตรงทางออก 2 ทิศที่มุ่งหน้าไปสวนลุม-สีลม และเป็นฝั่งเดียวกับสวนลุม หรือฝั่งตรงข้ามสนามม้านั่นเอง แต่การไปด้วยรถไฟฟ้า คุณต้องเดินต่อไปอีกราว 800 เมตร (เหงื่อตกอะคะ)
สำหรับคนที่ไปแท็กซี่ก็แค่บอกแท็กซี่ว่าจะไปตึกรีเจนท์เฮ้าส์ ถ้าแท็กซี่ไม่รู้จักก็บอกว่าติดกับเอ ยู เอ ถ้ายังไม่รู้อีกก็อย่าไปกับมันเลยค่ะ เลือกคันที่รู้ทางดีกว่า เพราะรถค่อนข้างติด
แผนที่อาคารรีเจนท์เฮ้าส์ผ่านกูเกิ้ล คลิกที่รูปเพื่อดูรูปขยาย
1. ที่ตั้งอาคารรีเจนท์เฮ้าส์
 2. ตึกใกล้เคียงคือตึกสมาคมศิษย์เก่าอเมริกา เอยูเอ
3. สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด (ราชดำริ- ทางออก 2)
ที่ตั้งของอาคารรีเจนท์ที่มองมาจากทิศเดียวกับที่ตั้งของสยามเซ็นเตอร์
เมื่อเข้าไปในตัวตึกรีเจนท์แล้ว ให้มองเงยขึ้นไปตรงชั้นลอย ศูนย์อยู่ตรงมุมทางซ้ายมือไม่สุดนะคะ หน้าศูนย์จะมี รปภ อยู่ หากไม่เจอ รปภ ตรวจก่อนเข้า แสดงว่าไม่ใช่แล้วล่ะคะ สำหรับคนที่ยังไม่ได้ซื้อแคชเชียร์เช็คสำหรับเป็นค่าธรรมเนียมใบคำร้อง ก็มองไปตรงขวามือ จะมีธนาคารนครหลวงไทยสาขาย่อยตั้งอยู่ แต่เวลาเปิด คิดว่าน่าจะเป็น 9..00 น. ดังนั้นหากใครที่ได้รับคิวตอน 9.00 น. ก็ต้องเตรียมไปให้เรียบร้อยเลยนะคะ
คนที่ไม่รู้แผนผังตึกรีเจนท์หรือไม่เคยไปตึกนี้ แถมยังไม่ชอบอ่านป้ายต่างๆ อาจเลือกที่จะขึ้นลิฟต์ ก็ไม่ผิดหรอกค่ะโดยเฉพาะคนที่มีปัญหาสุขภาพ แต่หากอยากร่วมประหยัดพลังงานให้เดินขึ้นบันไดตรงก่อนหน้าลิฟต์  ส่วนคนที่ต้องการเข้าห้องน้ำก่อนเข้าศูนย์ก็ให้เดินไปหลังตึกตรงชั้นหนึ่ง เพราะในศูนย์ไม่มีห้องน้ำบริการนะคะ (ที่อังกฤษก็ไม่ค่อยมีห้องน้ำบริการหากไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวหรือศูนย์การค้า)
การเข้าไปในศูนย์รับคำร้องนั้น ให้เข้าเฉพาะคนที่เดินทางค่ะยกเว้นว่าคนๆ นั้นเป็นสามี พาร์ทเนอร์หรือแฟนและต้องการชี้แจงอะไรเพิ่มเติม สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ก็สามารถให้ผู้ปกครองเข้าไปด้วยค่ะ  
ก่อนเข้าไป หากมีน้ำดื่ม ต้องฝากขวดน้ำไว้กับยาม ปิดเครื่องมือสื่อสาร 
ทั้งข้างในศูนย์และหน้าศูนย์ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปค่ะ
เมื่อเข้าไปแล้ว ก็ไปนั่งให้เรียบร้อย รอฟังหมายเลขคิวของเราให้ดี เมื่อถึงคิวก็ค่อยยื่น เจ้าหน้าที่ที่นั่นน่ารักมากและให้ความช่วยเหลือดีมาก แต่ไม่ต้องไปถามคำถามที่เขาตอบไม่ได้หรอกค่ะ เช่น
- น้องว่าพี่จะได้วีซ่ามั้ย
-แล้วเมื่อไหร่ พี่จะรู้ผลวีซ่าล่ะ
เขาไม่ทราบหรอกค่ะ และได้รับการอบรมมาว่าไม่ให้บอกรายละเอียดเรื่องวันที่จะได้รับผล คำตอบที่เขาบอก คือเอกสารหลักๆ ที่ต้องส่งนั้น คุณส่งครบถ้วนหรือไม่ โดยทางศูนย์จะมีเช็คลิสต์ (Checklist)ให้

เมื่อคุณยื่นเอกสารให้ อย่างแรกที่เจ้าหน้าที่จะทำคือ ตรวจสอบดูว่าคุณมีเอกสารหลักๆ ครบตามรายการเอกสารหรือเช็คลิสต์หรือไม่ หากมีอะไรผิดพลาด หรือขาดเกิน เจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งให้ทราบและแนะนำให้ว่าเอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มมีอะไรบ้างซึ่งแน่นอนว่านอกจากจะเป็นเอกสารหลักแล้ว ก็อาจจะมีเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับจุดประสงค์ในการเดินทางและประเภทของวีซ่าอีกด้วย
หลังจากยื่นเอกสารและชำระค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็อาจจะถามต่อว่า คุณต้องการใช้บริการติดตามสถานะคำร้องผ่านข้อความทางมือถือไหม อัตราค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 75 บาท โดยส่วนตัวไม่รับค่ะ เพราะรู้ว่าสามารถเช็คสถานะคำร้องผ่านอินเตอร์เน็ตด้เอง คำถามที่สำคัญข้อต่อไปก็คือ คุณจะรับพาสปอร์ตหรือผลวีซ่าคืนได้อย่างไร วิธีการก็มี 2 วิธีคือมารับที่ศูนย์วีเอฟเอสที่คุณมายื่นใบคำร้อง หรือให้ทางศูนย์ส่งไปให้คุณที่ตัวแทนของจังภูมิภาคอีกที แต่ตัวแทนที่เป็นตัวกลางในด้านขนส่งไปรษณีย์มีเพียงบางจังหวัด ได้แก่  เชียงใหม่ ชลบุรี สมุทรสาคร  ภูเก็ต และปริมณฑล และมีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการราว 350 บาท(ข้อมูล พ,ศ.)

 หากไม่สะดวกที่จะไปรับเอกสารคืนด้วยตนเอง ก็สามารถให้มอบอำนาจให้ผู้อื่นไปรับแทนได้
จากนั้นก็ให้ไปนั่งรอเพื่อจะเข้ารับการพิมพ์ลายนิ้วมือและการถ่ายรูปหรือไบโอเมตริก (Biometric) ซึ่งจะทำในห้องที่แยกออกไปอีกห้องหนึ่ง โดยเมื่อถึงคิวของคุณ รปภ.ก็จะกดรหัสผ่านเพื่อปลดล็อคประตูให้คุณผ่านเข้าไป ให้เข้าไปนั่งในคูหาตามที่ รปภ. แจ้งเพื่อไปรับการสแกนลายนิ้วมือทั้งสิบนิ้วโดยเริ่มจากนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างก่อน จากนั้นก็นิ้วทั้งสี่ของมือขวาและนิ้วทั้งสี่ของมือซ้ายตามลำดับ แล้วก็จบด้วยการถ่ายรูปเหมือนตอนที่ไปทำพาสปอร์ต เจ้าหน้าที่ที่ทำการบันทึกข้อมูลทางชีวภาพจะเป็นคนคอยกำกับขั้นตอน เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กลับออกไป โดยการกดออกขอให้ รปภ (คนเดิม) กดรหัสเพื่อปลดล็อคประตูให้เราออกไปยังห้องที่ยื่นเอกสาร แต่ให้เดินออกทางประตูซ้ายมือ (หันหลังให้ช่องรับเอกสารคำร้อง)
ข้อควรรู้ในการพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูป Biometric Test คือ
1.      นิ้วมือของคุณต้องไม่มีลอยใดๆ เช่น  เฮนน่า รอยบาดแผลใหญ่จนไม่เห็นลายนิ้วมือ
2.      การถ่ายรูปก็เหมือนกับตอนถ่ายรูปประกอบการขอวีซ่าคือ หน้าตรง ไม่สวมแว่นดำหรือแว่นสีๆ และต้องเปิดผมให้เห็นใบหน้าชัดเจน ดังนั้นอย่าแต่งหน้าหนาจนไม่เหลือเค้าหน้าเดิมนะคะ
3.      หากเป็นเด็กที่อายุยังไม่ถึง 16 ปี ต้องมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยนะคะ