Search This Blog

Wednesday, 5 October 2011

Thai First Passport and Renew E-Passport

Passport ประสบการณ์การทำพาสปอร์ตเป็นครั้งแรกและการต่ออายุพาสปอร์ต
บทความโดย Aphrodite
บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำพาสปอร์ตเป็นครั้งแรกและการ ต่ออายุพาสปอร์ตซึ่งมีลำดับขั้นตอนเดียวกัน สำหรับการต่ออายุพาสปอร์ตนั้น มีขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาคือต้องนำพาสปอร์ตเก่าไปยกเลิก แม้ว่าจะยกเลิกพาสปอร์ตฉบับเก่าไปแล้ว คุณควรเก็บพาสปอร์ตเล่มนั้นไว้เพื่อประโยชน์ในการขอวีซ่า หากมีวีซ่าเหลืออยู่ในพาสปอร์ตก็สามารถนำไปขอย้ายเข้าไปในพาสปอร์ตเล่มใหม่ซึ่งมีค่าธรรมเนียมในหลักพันบาท
ในปีที่ไปขอมีหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตนั้น Aphroditeไม่ได้ต้องการจะเดินทางไปเที่ยวที่ไหน แค่คิดว่าการมีพาสปอร์ตเอาไว้ จะเป็นการจุดประกายให้ตัวเองได้วางแผนการพักผ่อนในอนาคตไว้เป็นต่างประเทศ ดังนั้นจึงหาข้อมูลการทำพาสปอร์ตจากเว็บไชต์เพื่อ จะได้เตรียมตัวไปทำพาสปอร์ตอย่างไม่ติดขัด หรืออาจเป็นแพราะด้วยความที่เป็นคนเตรียมตัวมากเกินเหตุก็เป็นได้ เพราะอย่างนั้น กว่าฉันจะใช้งานพาสปอร์ตจริงๆ ก็คืออีกหนึ่งปีถัดมา
ตอนนั้นAphroditeยังทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ดังนั้นสถานที่เลือกทำคือ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ในตอนนั้นที่ไปทำสำนักงานยังอยู่ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า หลายคนอาจสงสัยว่า เหตุใด Aphrodite จึงเลือกสถานที่เป็นเซ็นทรัลปิ่นเกล้า นั่นเพราะในตอนนั้น มันอยู่ใกล้บ้านที่สุด ในปัจจุบันสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวที่ตั้งอยู่ ณ เซ็นทรัลปิ่นเกล้านั้นได้ปิดให้บริการไปเมื่อวันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2549 แล้วได้ย้ายไปอยู่ฝั่งตรงข้ามคือ อาคารธนาลงกรณ์ ทาวเวอร์ (ชั้นใต้ดิน) เยื้องกับห้าง สรรพสินค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ใกล้โรงแรมรอยัล ซิตี้ โดยได้เปิดให้บริการไปตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ 25 กันยายน 2549 โดยกระทรวงการต่างประเทศได้เพิ่มบู้ธบริการรับคำร้องจากเดิม 25 บู้ธ เป็น 40 บู้ธ และเพิมช่องบริการ จ่ายเล่มจาก 7 ช่อง เป็น 8 ช่อง  
 Aphrodite ตื่นแต่เช้า แต่งผมเพื่อไม่ให้ผมเผ้ารุงรัง การทำพาสปอร์ตก็มีการถ่ายรูปเหมือนการทำบัตรประชาชน กฎเกณฑ์ก็คล้ายๆ กัน เมื่อมั่นใจแล้วว่าสวยแบบนั่นก็เพราะสถานที่เก่าไม่กว้างพอกับความต้องการ ของผู้ที่ต้องการมีพาสปอร์ต คนไทยเดินทางออกนอกประเทศมากขนาดนั้นเลยหรอ
การทำพาสปอร์ตนั้น เราต้องไปทำเหมือนตัวเองเหมือนที่บอกไปแล้วว่าพาสปอร์ตก็เหมือนกับบัตรประชาชน เอาไว้เป็นหลัก ฐานที่บ่งบอกความเป็นเรา แต่สามารถใช้ได้ทั่วโลก แน่นอนว่าข้อมูลในพาสปอร์ตนั้นต้องเป็นภาษาอังกฤษดังนั้นก่อนไปทำพาสปอร์ต คุณควรรู้ว่าชื่อ นามสกุล ของคุณเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร ต้องการความช่วยเหลือในการช่วยสะกดชื่อคุณเป็นภาษาอังกฤษ สามารถเขียนคำถามไว้ในคอมเม้นท์ได้ค่ะ
วันที่ Aphrodite เดินทางไปทำพาสปอร์ตที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าเมื่อปี 2547 นั้น Aphrodite แต่งหน้าเพียงเล็กน้อยให้ยังคงความเป็นธรรมชาติทั้งหน้า แต่งผมให้ดูดีเพราะพาสปอร์ตเล่มนี้จะแสดงความเป็นตัวตนของเราไปอีกห้าปี แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือฉันก็สวมสูททับเสียหน่อยหรือจะเป็นเสื้อคลุมไหมพรมก็ได้ รูปในพาสปอร์ตจะได้ออกมาดูดี แน่นอนว่าคุณจะแต่งตัวอย่างไรไปทำพาสปอร์ตก็ได้ ขอแค่ให้เหมาะกับกาลเทศะ ผู้ที่ทำพาสปอร์ตมีมากหน้าหลายตา หลายรสนิยม อีกอย่างสถานที่ทำพาสปอร์ตก็เป็นสถานที่ราชการสุภาพไว้ก่อนก็ดี ดังนั้นวันนั้น Aphrodite จึงสวมสูททับ สวมกางเกง เนื่องจากต้องชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง รองเท้าจึงเป็นแบบถอดง่าย ใส่ง่าย หน้าตาพร้อม ผมพร้อม ก็ออกจากบ้าน หลักฐานที่จะลืมไม่ได้คือ บัตรประจำตัวประชาชน
 
Aphrodite ออกจากบ้านตั้งแต่ 7 โมงเช้า เพราะจองคิวเอาไว้ 9 โมงเช้า คุณอาจไม่จำเป็นต้องจองคิวหากคุณสามารถไปถึงสถานที่ทำพาสปอร์ตได้ภายในแปดโมงเช้า (เวลาในการทำพาสปอร์ต คือ 8.30 – 15.30 น. ในวันจันทร์ ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เมื่อไปถึงแล้วก็ให้ไป1.รับบัตรคิว ในบัตรคิวให้กรอกชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน จากนั้นก็ไปนั่งคอยในที่ที่ทางสำนักงานจัดให้ อย่าได้คิดไปไหนเลยนะคะ แม้จะเห็นว่าคิวยาวเพราะผ่านแล้วผ่านเลย หากจองแล้วมาสายก็ถือว่าสละสิทธิเนื่องจากไปถึงเป็นคนที่ 3 เลยไม่ต้องคอยนาน แต่ไม่นานเท่าไร คนก็ทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ คอยอยู่ประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่ก็จะเรียกให้ 2.ไปรับการวัดข้อมูลทางชีวภาพ ซึ่งก็เหมือนสิ่งที่ต้องทำทุกเทอมตอนเรียนชั้นประถม คือ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง จากนั้นก็ไปนั่งคอย เพื่อ 3.พิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูปคูหาเล็กๆ ที่แบ่งเป็นสัดส่วน เจ้าหน้าที่จะถามคำถามเกี่ยวกับรายละเอียดที่กรอกลงไปในพาสปอร์ต เช่น ชื่อ นามสกุล ซึ่งต้องสะกดให้ถูกต้องเพราะจะต้องนำไปกรอกในวีซ่าและตั๋วเครื่องบิน ตรวจอีกครั้ง ก่อนตอบเจ้าหน้าที่ว่า "ถูกต้อง" ก็ไม่เสียหายอะไรนะคะ ข้อมูลอื่น เช่น สถานที่เกิด วันที่เกิด เลขบัตรประจำตัวประชาชน ก็ควรตรวจสอบด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะให้พิมพ์ลายนิ้วมือ และถ่ายรูป สามารถอมยิ้มได้นิดๆ
แม้คนจะมาทำเรื่องขอมีพาสปอร์ตกันล้นหลามทุกวันแต่เจ้าหน้าที่ก็ยิ้มแย้มอัธยาศัยดี หลังจากนั้นก็กลับไปรออีกสักครู่แล้วก็จะไป 4. ชำระค่าธรรมเนียมจำนวน 1,000 บาท เจ้าหน้าที่จะถามว่าจะให้ส่งให้ทางไปรษณีย์หรือจะมารับเอง ในตอนนั้น Aphrodite ไปรับด้วยตัวเอง ซึ่งหมายความว่า Aphrodite ต้องมาที่นี่อีกในอีกสองวัน หากคุณไม่สะดวกมารับเล่มเองก็สามารถให้ทางสำนักงานส่งไปให้ที่บ้านซึ่งมีค่า ใช้จ่ายเพิ่มอีกเพียง 37 บาท (ราคานี้เมื่อปี 2005)
วันที่เดินทางไปรับ ให้
นำใบเสร็จและบัตรประชาชนไปรับพาสปอร์ต ตอนไปรับให้ดูบัตรคิวดีๆ นะคะว่าเป็นบัตรคิวสำหรับมารับหนงสือเดินทางไม่ใช่บัตรคิวมาขอมีหนังสือ เดินทาง มิฉะนั้นจะรอนานโดยไม่จำเป็น
สำหรับ ผู้ที่ทำหนังสือเดินทางที่สำนักงานชั่วคราวต่างจังหวัดนั้น จะรับทางไปรษณีย์ได้ทางเดียวเท่านั้น ซึ่งใช้เวลา ไม่เกิน 7 วันทำการค่ะ  เมื่อได้มาแล้วก็เก็บรักษาให้ดีนะคะ ข้างล่างนี้เป็นวิธีเก็บรักษาหนังสือเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ค่ะ
คำแนะนำในการใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
1.      ห้ามขีด เขียน แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในเล่มหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
2.      ห้ามแกะ ตัด เย็บ เจาะรู หรือกระทำใด ๆ ที่อาจทำให้ปกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความเสียหาย
3.      ห้ามตัด งอ บิด หรือกระทำใด ๆ ที่อาจทำให้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ยับย่น หรือ เปลี่ยนรูปไปจากเดิม
4.      ไม่ ควรเก็บหนังสือเดินทางไว้ในบริเวณที่มีสนามแม่เหล็ก หรือสนามไฟฟ้าสูง และบริเวณที่มีคลื่นความถี่วิทยุ เช่นโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ หรือไมโครเวฟ
ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ทำวิดิโอเกี่ยวกับการทำพาสปอร์ตเพื่อเป็นการให้ข้อมูลเพื่อการ เตรียมตัวสำหรับคนที่กำลังจะขอพาสปอร์ตเป็นครั้งแรก สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศค่ะ
พาสปอร์ต ในปัจจุบันจะเป็นอี-พาสปอร์ต (E-Passport) ซึ่งมีอายุพาสปอร์ต 5 ปี อย่างไรก็ดี ก่อนขอวีซ่าทุกประเทศ ต้องมีอายุพาสปอร์ตเหลืออย่างน้อย 6 เดือน หากน้อยกว่านั้น ก็ต้องต่ออายุพาสปอร์ตใหม่ก่อนที่จะขอวีซ่า
สถานที่ทำพาสปอร์ตในประเทศไทย คลิกที่นี่
อ่าน UK Visa ข้อแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการขอวีซ่าท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร คลิกที่นี่
การขอวีซ่าท่องเที่ยวมายังสหราชอาณาจักรแบบขั้นต่อขั้น คลิกที่นี่