Search This Blog

Thursday, 6 October 2011

2/3TH-UK Shipping Personal Effects from Thailand to the UK

บทความลำดับที่ 2/3 หัวข้อ การส่งของจากประเทศไทยมายังสหราชอาณาจักร
การส่งของใช้ส่วนตัวจากประเทศไทยมายังสหราชอาณาจักรทางเรือหรือ Shipping หรือ Sea Freight
บทความโดย Aphrodite
บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลแก่ผู้ที่ต้องการส่งของใช้ส่วนตัวจากประเทศไทยมายังสหราชอาณาจักรทางเรือ
แม้ว่าการส่งของทางเรือนั้น เน้นให้บริการการส่งสินค้าทางเรือเป็นส่วนมาก แต่บริษัทเหล่านั้นที่เรียกว่า Freight Forwarder ก็ให้บริการในการจัดส่งของใช้ส่วนตัวเช่นกัน การส่งของทางเรือในกรณีที่มีของปริมาณมาก จะถือว่าคุ้มเพราะจะคิดราคาค่าส่งจากขนาดของพื้นที่ของ โดยคิดเป็น คิว ก็คือ CBM (คิวบิคเมตร หรือ ที่เราเรียกว่า ลูกบาศก์เมตร ปริมาตรของคิว ก็คือ 1 ม. x 1 ม. x 1ม. หรือ กว้าง x ยาว x เราสามารถส่งได้ปริมาณเยอะ ๆ โดยไม่ต้องคำนึงถึงน้ำหนัก
ผู้ที่ต้องการส่งของใช้ส่วนตัวทางเรือนั้นควรต้องพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้ค่ะ
1. งบประมาณ ต้องมีมากพอที่จะสนับสนุนการส่ง เพราะค่าบริการ ค่าส่ง และภาษีท่ามีราคาแพงมาก ยิ่งเมื่อไปถึงยังสหราชอาณาจักร คุณอาจโดนสุ่มและอาจถูกเรียกเก็บภาษีทำให้ต้องเสียภาษีในอัตราเงินปอนด์ 2. คุณต้องมีชื่อ-ที่อยู่ผู้ที่รับที่สหราชอาณาจักร 3. ต้องมีคนรอรับของ และคนคนนั้นต้องมีเอกสารเพื่อแสดงสิทธิ์ในการรับซึ่งทางบริษัทชิปปิงในเมืองไทยจะส่งมาให้ ระหว่างที่รอของจากทางเรือเมื่อคุณมาถึงยังสหราชอาณาจักรแล้ว คุณไม่ควรเดินทางไปไหนไกลโดยเฉพาะต่างประเทศ เนื่องจาก หากเรือมาถึง แล้วคุณไม่สามารถไปรับของได้ จะทำให้คุณต้องเสียค่าที่เก็บของเป็นรายวัน หรือหากให้ทางท่าเรือมาส่งของที่บ้าน ก็ควรต้องมีคนคอยรับของที่บ้านเช่นกัน  4. คุณต้องรู้ทันบริษัทส่งสินค้าทางเรือในประเทศไทย ต้องเลือกบริษัทที่มีประสบการณ์มานาน มิฉะนั้นคุณต้องเสียเงินค่าอ่อนประสบการณ์ให้กับบริษัทเหล่านั้น TIP บริษัทหรือตัวแทนที่ส่งสินค้าออกสำหรับส่งสินค้าส่วนตัวมีค่อนข้างน้อยซึ่งต้องสอบถามการให้บริการและควรเลือกใช้บริการกับบริษัทต่างชาติเพราะมีสาขาของบริษัทในต่างประเทศซึ่งจะทำให้สะดวกในการนำสินค้าออกที่ปลายทางเนื่องจากเป็นบริษัทเดียวกันและไม่ต้องยุ่งยาก เสียเวลากับการหาบริษัทหรือตัวแทนดำเนินการ เช่น gulf agency, geodis, UTi สำหรับส่งมายังท่าเรือในสหราชอาณาจักร ข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่ง คือ ไม่ควรเดินพิธีการต่างๆ เองเพราะยุ่งยากและเสียเวลามาก ดังนั้น ควรหาบริษัทที่เป็นมืออาชีพและบริษัทหรือตัวแทนที่มีบัตรตัวแทนส่งออกสินค้าเท่านั้น ซึ่งตัวที่กำหนดว่าบริษัทใดที่คุณควรใช้บริการนั้น ขึ้นอยู่กับท่าเรือใดที่คุณจะสามารถไปรับของได้ ซึ่งบริษัทแต่ละแห่งจะส่งของไปยังท่าเรือต่างๆ กัน ทางบริษัท Shipping จะถามคำถามนี้กับคุณ หากคุณไม่ทราบ ทางบริษัทจะถามที่อยู่ของคุณในสหราชอาณาจักรเพื่อดูว่าท่าเรือสินค้าใดอยู่ใกล้คุณที่สุด ตัวคุณเองก็ควรหาข้อมูลส่วนนี้ไว้ด้วย
ขั้นตอนการส่งของใช้ส่วนตัวมีดังต่อไปนี้ค่ะ
1.ติดต่อกับต่อกับบริษัทชิปปิ้ง เพราะเขามีใบอนุญาตผู้ส่งออกจากกรมการกงสุล แล้วทางบริษัทจะแนะนำมาอีกทีว่าจะต้องทำอย่างไร เพื่อให้รายละเอียดและประเมินราคาค่าบริการ อย่างเช่น ประเภทของที่ต้องการส่ง สำคัญมากเพราะเกี่ยวข้องกับการจ่ายภาษี ชนิดและขนาดของลังที่จะทำการแพ็คของลง ท่าเรือที่เป็นจุดหมายปลายทาง บริการใดบ้างที่คุณต้องการให้บริษัททำให้ เช่น แพ็คของ แนะนำว่าให้ทำเอง ของใช้ส่วนตัวที่ส่งไปนี้จะเรียกว่า personal effect ซึ่งจะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ณ ประเทศปลายทางค่ะ ยกเว้นคุณมีเครื่องใช้ไฟฟ้า และยกเว้นทางศุลกากรสุ่มตรวจแล้วเจอของที่ยังมีฉลากสินค้า ผู้รับก็ต้องชำระค่าภาษีค่ะ
 2. ขอลังมาเพื่อการแพ็คกิ้ง ขนาดความกว้าง - ยาว และการประเมิน น้ำหนักรวม ขนาดกล่องของแต่ละบริษัทจะมีขนาดไม่เท่ากัน แต่จากประสบการณ์ตรงจะเห็นว่า บางบริษัทใช้กล่องขนาดเล็กแล้วนำกล่องไปรวมกันแล้วทำลังไม้หุ้มกล่องไว้ด้วยกันเพื่อป้องกันความเสียหายหรือสูญหาย ข้อจำกัดคือ เมื่อไปถึงยังสหราชอาณาจักร จะต้องจ้างรถบรรทุกไปขน เพราะหนักเนื่องจากมีไม้หุ้ม และต้องแกะไม้ออกเพื่อเอากล่องข้างในออกมาก หรือไม่ก็ต้องให้บริษัทที่รับสินค้านำของมาส่ง น่นอนว่ามีค่าบริการ ข้อดีคือขนย้ายง่าย บางบริษัทใช้ลังกระดาษขนาดใหญ่แบบที่ผู้ใหญ่ตัวโตเข้าไปยืนข้างในหรือนั่งได้ (ขนาด 1 คิว) แต่ไม่มีไม้หุ้มข้างนอก ข้อดีคือ ไม่ต้องเสียค่าลังไม้ และกำจัดง่ายเมื่อไปถึงอังกฤษ ต้องการแบบไหน ให้หาบริษัทแล้วสอบถามขนาดกล่องคุณสามารถให้พนักงานมาห่อหุ้มให้และหรือสามารถขอกล่องบางส่วนมาห่อหุ้มเอง ซึ่งทั้งสองแบบคุณต้องจ่ายค่ากล่องต่างหาก และต้องจ่ายค่ากล่องทันทีที่ต้องการกล่องมาแพ็ค แนะนำว่าขอกล่องมาห่อหุ้มเองจะดีกว่า ไม่ต้องเสียค่าบริการค่าแพ็ค แต่ส่วนใหญ่ทางบริษัทจะโน้มน้าวให้คุณให้บริษัทแพ็คให้โดยอ้างมาตรฐานในการแพ็ค ขึ้นอยู่กับคุณว่าต้องการแบบไหน เมื่อแพ็คของเสร็จแล้ว และทำเอกสารแพ็คกิ้งอิมวอยส์เสร็จแล้ว ทาง บ.ชิปปิ้ง จะนัดวันโหลดของเข้าตู้คอนเทนเนอร์ TIP แนะนำว่าคุณควรขอกล่องมาแพ็คเอง เพราะขนาดความกว้างหรือพื้นที่ของสิ่งของทั้งหมดจะเป็นตัวกำหนดตู้ บางบริษัทนำรถขนาดใหญ่มารับของ ซึ่งบรรจุไม่เต็มตู้ แต่คุณต้องเสียค่าตู้ทั้งตู้
3. การทำรายการของ ( แพ็คกิ้งอิมวอยส์ ) ตรงนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อไปถึงยังสหราชอาณาจักร ศุลกากรจะตรวจสอบรายการเพื่อดูว่าต้องชำระอัตราภาษีท่าเท่าไร ของใช้ส่วนตัวก็ต้องระบุว่าเป็นอะไรบ้าง ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ต้นทางหรือปลายทาง รวมทั้งจะใช้บริการรถรับส่งของจากทางบริษัทหรือไม่ ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ สินค้าหรือของน้ำหนักต่ำกว่า 100 ก.ก. จะคิดค่าบริการราว 10,000 บาท TIP จะใช้คำว่า used นำหน้าของที่จะส่ง  กับคำว่า Personal Effect
4. บรรจุของลงตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งไปยังท่าเรือคลองเตย สามารถให้บริษัทนำของของคุณรวมไปกับตู้สินค้า TIP ข้อนี้เป็นตัวกำหนดวันนัดให้ทางบริษัทมารับของจากคุณ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด เพราะตู้สินค้าเหล่านี้จะนำของไปยังท่าเรือคลองเตย และมีวัน เวลาที่กำหนดแน่นอน หากคุณสามารถรวมของไปกับตู้รถเทรนเนอร์ได้ ราคาจะถูกลง หรือ ถ้าของที่จะส่งมีจำนวนมาก ก็เหมาทั้งตู้คอนเทรนเนอร์เลย ซึ่งก็มีตู้หลายขนาด
5. ทางบริษัทจะทำการตรวจนับจำนวนชิ้นของที่แพ็ค บอกหมายเลขตู้ตู้คอนเทรนเนอร์  บอกชื่อเรือ และวันที่เรือออกเดินทาง แจ้งเมืองท่าเรือปลายทางที่เรือไปถึง วันที่เรือไปถึง ทางชิปปิ้งก็จะให้เอกสาร แพ็คกิ้งอิมวอยส์ ตัวจริงกับทางผู้ส่งต้นทาง แล้วผู้ส่งก็ต้องส่งเอกสารทาง EMS หรือ DHL ไปให้ผู้รับปลายทาง เพื่อใช้เป็นเอกสารในการรับของเมื่อเรือไปถึง
หมายเหตุ ขั้นตอนที่ 2-4 หากจ้างบริษัทมาทำจะเกิดขึ้นในวันเดียวกัน ขึ้นอยู่กับการคุณและบริษัทจะตกลงกัน
มีอีกวิธีหนึ่งคือ ส่งของแบบ ดอร์ ทู ดอร์ ( door to door ) ถ้าเลือกส่งวิธีนี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก แต่เมื่อของไปถึงท่าเรือ ทางบริษัทที่รับของตรงท่าเรือเขาจะจัดส่งของให้ผู้รับถึงบ้าน บริการนี้บางครั้งเมื่อของมาถึงยังท่าเรือในสหราชอาณาจักร และทางบริษัทที่รับของโทรติดต่อมายังคุณ คุณสามารถแจ้งให้เขานำของมาส่งที่บ้านได้ โดยชำระเงินผ่านทางโทรศัพท์
จากประสบการณ์ส่วนตัว แม้ว่าจะเป็นคนที่เตรียมพร้อมโดยการหาข้อมูลล่วงหน้า และได้เห็นเพื่อนทำการส่งของจากเมืองไทยมาอังกฤษก่อน แต่ก็ยังเสียรู้บริษัท และเสียเงินมากกว่าที่ตั้งงบประมาณไว้มากจนน่าโมโห ดังนั้น ในฐานะผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน หากของสิ่งไหนไม่สำคัญจริงๆ ก็ตัดใจเถอะค่ะ ไหนๆ ก็เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว เอาให้มันใหม่ไปเลย อีกอย่างตอนนี้ ในอังกฤษมีการนำเข้าสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและอาหารมาอย่างแพร่หลาย แม้ราคาจะแพงกว่า แต่เมื่อเทียบกับเงินที่ต้องเสียกับการส่งของทางเรือแล้ว อาจจะแทบไม่ต่างกันเลย Aphrodite เสียเงินในส่วนนี้ไปในการส่งของ2 ลูกบาศก์ ของที่ส่งคือ เสื้อผ้า สมบัติบ้า หนังสือ สมบัติบ้า เครื่องแกง สมบัติบ้า รองเท้า สมบัติบ้า กระเป๋าและสมบัติบ้า รวมทั้งสิ้นราว 70.000 บาทเพราะความบ้าสมบัติค่ะ ตอนนี้เครื่องแกง(แกะฉลากออกแล้ว) ยังมีเหลือสงสัยหากจะคุ้มก็เครื่องแกงที่ไม่เคยต้องหาซื้อในร้านชำที่ไหนในอังกฤษ
ใครต้องการแชร์ประสบการณ์เรื่องนี้ยินดีนะคะ
กลับไปหน้าก่อน คลิกที่นี่
การส่งพัสดุจากประเทศไทยมายังสหราชอาณาจักร คลิกที่นี่