Search This Blog

Wednesday, 11 May 2011

Gossips: อดีตพระชายาเจ้าชายแอนดรูว์ ซาราห์ Sarah Ferguson, Duchess of York, Tells Oprah Winfrey Royal Wedding Snub Was 'Difficult'

อดีตพระชายาเจ้าชายแอนดรูว์ ซาราห์เผยความ “ผิดหวัง” ที่ไม่ได้รับเชิญไปพิธีอภิเษกวิลเลียม – เคท Sarah Ferguson, Duchess of York, Tells Oprah Winfrey Royal Wedding Snub Was 'Difficult'
 

Sarah Ferguson, the Duchess of York, said on today's edition of "The Oprah Winfrey Show." So while much of the U.K. celebrated the marriage, she went to Thailand. ซาราห์ /ออกเสียงว่า แซ- ร่า/ เฟอร์กูสัน (ไม่ได้เป็นอะไรกับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นะคะ)ดัชเชสแห่งยอร์ค ให้สัมภาษณ์แก่รายการ “The Oprah Winfrey Show” ว่าตอนที่มีพิธีอภิเษกระหว่างเจ้าชายวิลเลียมและเคทเธอไปเที่ยวที่ประเทศไทย
Sarah ferguson on the Oprah Winfrey Show


Sarah Ferguson has spoken for the first time about the House of Windor's decision to not invite her to last month's royal wedding of Prince William and Kate Middleton. The Duchess of York, 51, instead went to Thailand where she watched the coverage on television. She was disappointed she wasn't able to accompany her daughters, Princess Beatrice, 22, and Eugenie, 21, who attended the wedding with their father Prince Andrew. The princesses dropped jaws around the world with their over-the-top outfits and fascinators. 'I was not invited,' who was caught up in a scandal last year after she was taped offering access to Prince Andrew for $724,000, said on The Oprah Winfrey Show. 'I went through the phase of feeling so totally worthless and that [it] was quite right they didn't invite me. Why would they - why would they invite me?'
เจ้าหญิงยูจีน -เบียทริซ -Eugenie and Beatrice
ซาร่าห์ให้สัมภาษณ์เปิดใจเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับความรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้รับเชิญให้ไปร่วมพิธีอภิเษกระหว่างเจ้าชายวิลเลียมและเคทเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดัชเชสแห่งยอร์ควัย 51 ปีเล่าว่าเธอได้รายงานข่าวจากโทรทัศน์ในประเทศไทย เธอรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างเจ้าหญิงเบียทริซและเจ้าหญิงยูจีนซึ่งมีพระชนมายุ 22 ชันษาและ 21 ชันษาตามลำดับ โดยทั้งสองพระองค์เสด็จร่วมงานกับพระบิดาเจ้าชายแอนดรูว์ (และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรสนิยมในด้านการแต่งกายอย่างไม่มีชิ้นดีจากสื่ออังกฤษ – ที่ Aphrodite ไม่ได้เลือกมานำเสนอเพราะไม่อยากซ้ำเติมเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์) 


Despite not attending the wedding, Ferguson wished the newly minted Duke and Duchess of Cambridge well, and told Winfrey that William's mother, the late Princess Diana, "would be so proud of her son." 'It was so difficult': Fergie reveals her hurt over Royal Wedding snub.
Picture of Thailand Resort and Sp
 แม้ว่าจะไม่ได้รับเชิญให้ร่วมพิธีอภิเษก แต่เธอก็อวยพรให้ทั้งดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ และกล่าวกับวินฟรีย์ว่าพระมารดาของเจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับคงรู้สึกภูมิพระทัยในตัวของพระโอรส  “มันเป็นเรื่องที่ยากที่จะใช้ชีวิตร่วมกับราชวงศ์อังกฤษ เธอแสดงออกว่าเธอเสียใจจากการพิธีอภิเษกที่ดูถูกดูแคลนเธอ

'I felt that I ostracised myself by my behaviour, by the past, by living with all the regrets of my mistakes, that I sort of wore a hair shirt and beat myself up most of the day thinking and regretting why did I make such a mistake? Why have I made so many mistakes?' “ชั้นรู้สึกว่า
Fergie, Eugenie and Beatrice
ฉันเนรเทศตัวเองออกจากสังคมเพราะการกระทำของฉันเองในอดีต โดยการอยู่กับความเสียใจในการกระทำที่ผิดพลั้งไปทั้งหลาย และฉันทำตัวเหมือนกับสวมเสื้อขนสัตว์แล้วก็ตีตัวเองเกือบทุกวัน นึกถึงเรื่องที่แล้วๆ มาแล้วก็เสียใจว่าทำไมฉันถึงทำเรื่องผิดๆ ทำไมฉันถึงได้ทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า (ความโลภไง – ผู้แปล) 
The snub 'was so difficult,' the former royal said, 'because I wanted to be there with my girls... to be getting them dressed and to go as a family.' “การดูถูกดูแคลนของราชวงศ์ทำให้ชั้นอึดอัด” อดีตพระชายากล่าว “เพราะฉันอยากไปงานกับลูกๆ และ อยากช่วยทั้งสองเลือกชุด แล้วไปเป็นครอบครัว” ( เทคโนโลยีในสมัยนี้ไม่ได้ช่วยให้เจ้ช่วยลูกสาวแต่งตัวได้เลยหรือไง)  
 She added: 'Also, it was so hard, because the last bride up that aisle was me.'  เธอพูดเสริมว่า “อีกอย่าง มันก็ทำใจยากนะ เพราะเจ้าสาวในราชวงศ์คนล่าสุดของราชวงศ์ที่เดินเข้าพิธีอภิเษกก็คือชั้น” Ferguson revealed she was in contact with her former husband, whom she married at Westminster Abbey in 1986, throughout the day.  เฟอร์กูสันเปิดเผยว่า เธอติดต่อกับอดีตสามี ผู้ซึ่งเธอเข้าพิธีอภิเษกด้วยที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เมื่อ ปี 1986 ตลอดวันที่มีพิธีอภิเษก  'When Andrew went with the girls, we were talking all morning and he was saying, "It's okay. Just remember we had such a good day. Our wedding was so perfect." Because we're such a unit together. He made me feel very part of the day on April the 29th.' “ตอนที่แอนดรูว์เสด็จฯ พร้อมกับลูกๆ เราคุยกันทางโทรศัพท์ตลอดตอนเช้า ท่านตรัสว่า “ไม่เป็นไรหรอก แค่จำไว้ว่าเราทั้งคู่ก็เคยมีวันที่แสนวิเศษอย่างนี้มาก่อน พิธีอภิเษกของเราสมบูรณ์แบบจริงๆ เพราะเรานั้นเป็นหนึ่งเดียวกัน พระองค์ทรงทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของงานเมื่อวันที่ 29 เมษายน”  
 Sarah Ferguson and Prince Andrew's Royal Wedding in 1981At Wesminster Abbey

 Sarah Ferguson and Prince Andrew's Royal Wedding in 1981 It's also Prince William (4) First Wedding

 Sarah Ferguson and Prince Andrew's Royal Wedding in 1981

 Sarah Ferguson and Prince Andrew's Royal Wedding in 1981

 Sarah Ferguson and Prince Andrew's Royal Wedding in 1981 Prince Willaim's First Wedding
 'I really love the feeling that sort of Diana and I both weren't there,' Ferguson, who has often spoken of her close bond with the late princess, told Oprah. 'But I'm here to say how proud she would have been and Kate looked utterly beautiful.' 'I think Diana would be so proud of her son. Both of them, you know? They did a great job.' “ชั้นรู้สึกราวกับว่าไดอานากับฉัน เราสองคนได้ร่วมอยู่ในพิธีนั้นด้วย” เฟอร์กูสันผู้ซึ่งมักพูดถึงเจ้าหญิงผู้ล่วงลับที่เธอสนิทสนม ให้สัมภาษณ์แก่โอปราห์ “และที่ชั้นมาให้สัมภาษณ์ในวันนี้ก็เพื่อที่จะบอกว่าไดอานาต้องปลาบปลื้มมากเพราะเคทนั้นสวยและงดงามเป็นอย่างยิ่ง” “ฉันคิดว่าไดอาน่าจะต้องรู้สึกภูมิใจในตัวเจ้าชาย และในตัวทั้งสอง งานออกมาดีมาก” 
Sarah and Diana



เจ้าชายแอนดรูว์ Prince Andrew
เมื่อเห็นข่าวนี้ Aphrodite ก็อดที่จะเลือกมานำเสนอไม่ได้ เพราะหากอ่านสกูปข่าวดีๆ อาจจะไม่เห็น “เบื้องหลัง” อะไรนัก เพราะ Aphrodite ยังไม่ได้ดูรายการ "The Oprah Winfrey Show." ดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องผิดที่ซาร่าห์จะให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกของเธอในการที่ไม่ได้ทำหน้าที่แม่ในการแนะนำเรื่องการแต่งกายให้แก่เจ้าหญิงทั้งสอง แต่คุณจะเชื่อคำพูดของเธอได้สักแค่ไหน ในเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมาเธอถูกจับและถูกบันทึกเทปลับว่าเธอจะเป็นสื่อกลางในการเจรจาธุรกิจระหว่างนักธุรกิจและอดีตสามีเจ้าชายแอนดรูว์ แน่นอนว่าต้องมีค่าตอบแทนในการเป็นตัวกลางในแต่ละครั้ง ครั้งที่เธอถูกจับได้นั้นเป็นการจัดฉากของหนังสือพิมพ์เดอะ เวิร์ล นิวส์ (The World News) เพื่อที่จะแฉเกี่ยวกับความโลภของเธอ เทปลับในการพบกันระหว่างสื่อกับซาร่าห์ในครั้งนั้นเธอถูกนำมาเปิดเผยเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา ในเทปเธอกล่าวว่าเธอสามารถเป็นสื่อกลางให้นักธุรกิจต่างชาติ (ที่ปลอมตัวมา) ได้เข้าเจรจาด้านธุรกิจกับเจ้าชายแอนดรูว์ และเจ้าชายแอนดรูว์ตรัสเรียกค่าตอบแทนที่จะทำให้ธุรกิจสำเร็จคือ 500,000 ปอนด์ หรือ 25 ล้านบาท โดยซาร่าห์เปิดบัญชีธนาคารขึ้นมาเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ (อ่านเรื่องนี้ได้ที่เว็บไซต์ http://www.newsoftheworld.co.uk ค่ะ)
เทปลับซาร่าห์ เฟอกูสันจับมือทำสัญญาต่อรอง Sarah and Her Greed 
เทปลับซาร่าห์ เฟอกูสันถือกระเป๋าเงินกลับบ้าน Sarah and Her Greed 
 เมื่อไปอ่าน Comments หรือความคิดเห็นของผู้ที่เข้ามาอ่านบทความดังกล่าวทั้งที่เป็นความคิดเห็นของชาวอังกฤษและชาวอเมริกัน ความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นไปในทางเดียวกันคือเห็นว่าซาร่าห์ไม่สมควรได้รับการรับเชิญ และบางคนก็เขียนติดตลกแบบประชดประชันว่า เธอน่าจะหัวเราะมากกว่าเสียใจนะ โดยเฉพาะตอนที่เห็นลูกๆ เดินเข้ามหาวิหาร
ที่ Aphrodite เลือกมาคือ
1.      She says she was "disappointed not to have been invited". Did she think that taking money to sell her husband wasn't anything to do with that decision? She should try actually Working for a living instead of sponging off everyone else.
2.      Fergie? Ms betray and sell out the royals Fergie? Do everything to embarrass her family Fergie? and she was uncomfortable not being invited? What planet does she reside on?
ไม่ได้ต้องการจะซ้ำเติมซาร่าห์ แต่บทเรียนจากเรื่องนี้คือ ความโลภทำให้คนเราทำสิ่งที่น่าละอายได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญสังคมเห็นว่าการเป็นคนทรยศต่อสามีเพื่อเงินนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าให้อภัยได้ง่ายๆ มีเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับเธอที่ขอละไว้นะคะ เพราะ Aphrodite ถนัดวิเคราะห์วิจารณ์ ไม่ถนัด “นินทา” (แต่ชอบฟัง....เอ๋ ดูดีขึ้นมาได้บ้างมั้ยเนี่ย)
ที่มา  เดลลี่ เมล (อังกฤษ)
เอ บี ซี นิวส์ (อเมริกา)
แหล่งข้อมูล วิกิพีเดีย และ เว็บไซต์ http://www.newsoftheworld.co.uk