Search This Blog

Saturday, 23 April 2011

Royal Wedding นับถอยหลังไปอีก 5 วัน พิธีอภิเษกสมรสเจ้าชายวิลเลียม - เคท : มุมมองต่อเคท -Kate vs Diana

มุมมองที่มีต่อเคท ตอนที่ 2 ความเป็นเคทที่หา ไม่ได้ในตัวเจ้าหญิงไดอาน่า
Aphrodite ไม่ได้มีความชื่นชมหรือชื่นชอบผู้หญิงทั้งสองเป็นกรณีพิเศษโดยส่วนตัว แต่เมื่อเห็นความต่างในความเหมือนก็อดไม่ได้ที่จะเขียนแสดงความคิดเห็น ซึ่งประเด็นที่จะนำเสนอในวันนี้คือความเป็นเคทที่หา ไม่ได้ในตัวเจ้าหญิงไดอาน่า
นอกจากประวัติการศึกษาและหน้าที่การงานที่ทำให้ทั้งสองต่างกันแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดในตัวเคทก็คือ เธอเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่กล้าคิดกล้าพูด ซึ่งต่างจากไดอาน่าที่เก็บกดความรู้สึกของตนเองมาตลอดชีวิตการแต่งงานจนกระทั่งหย่าร้างเห็นได้ชัดจากการเลือกชุดแต่งงานและการต่อสู้กับสื่อ
ก่อนหน้านี้ แม้ว่าจะไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าชุดแต่งงานที่เคทเลือกนั้นจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม แต่ที่แน่ๆ เธอเป็นคนออกแบบร่วมกับดีไซเนอร์ที่เธอเลือกชื่นชอบ เพื่อว่าชุดที่เธอจะใส่ในวันที่สำคัญที่สุดอีกวันหนึ่งของชีวิตจะได้เป็นชุดที่เธออยากใส่ ในขณะที่มีข่าวออกมาหลังจากที่เจ้าหญิงแห่งเวลส์ได้สิ้นพระชนม์ไปแล้วและได้รับการเปิดเผยจากหนึ่งในเพื่อนสนิทของพระองค์ว่า เจ้าหญิงไดอาน่าไม่โปรดชุดแต่งงานของพระองค์นัก เนื่องจากมันมีรอยยับเต็มไปหมดและเมื่อสวมแล้วทำให้พระองค์เหมือนจมลงไปในชุดพองๆ แต่ในตอนนั้นเหตุใดไดอาน่าจึงนิ่งเฉย
อย่างไรก็ดี ทางสำนักพระราชวังเพิ่งมาเปิดเผยชื่อดีไซเนอร์ที่เป็นคนออกแบบชุดแต่งงานให้กับเคทเพียงสองสัปดาห์ก่อนวันงาน -13 เมษายน 2011เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของดีไซเนอร์และครอบครัว ซึ่งก็คือ  Sophie Cranston of the Libélula label ทั้งนี้ชุดที่โซฟีออกแบบและตัดเย็บนั้นจะมีถึง 3 ชุดด้วยกันเพื่อความแน่นอนหากเกิดความผิดพลาด เช่นเดียวกับที่ David และ Elizabeth Emanuel ออกแบบและตัดเย็บเผื่อไว้สามชุดเพื่อให้เจ้าหญิงไดอาน่าได้เลือก
  ในด้านการต่อสู้กับสื่อและ/หรือปาปารัชชี เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าปาปารัชชีมีส่วนเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่าอย่างไม่ต้องสงสัย และไม่เพียงเท่านั้นสื่อและ/หรือปาปารัชชีนั่นแหละเป็นต้นเหตุแห่งความเครียดและความซึมเศร้าของพระองค์ ฝ่ายเคทนั้น ออกมาร้องเรียนและฟ้องร้องสื่อตกตอนที่เธอตกเป็นเป้าหมายของสื่อตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเจ้าชายวิลเลียมในสมัยเรียนที่ St Andrews University ตั้งแต่ ปี 2001 ยิ่งเมื่อมีภาพถ่ายตอนที่เธอนั่งมองผ่านกระจกรสบัสออกมาเผยแพร่ในปี 2005 ทนายความส่วนตัวของเธอ ก็ส่งจดหมายเวียนไปยังสำนักสื่อต่างๆ ว่าให้รักษาสิทธิส่วนบุคคลของเธอ ต่อมาคือวันเกิดเธอเมื่อปี 2007 สื่อก็มาตอแยเธอมากกว่าเก่าเพราะมีข่าวการแต่งงานรั่วออกมา ไม่เพียงแค่เคทแต่คนในครอบครัวของเธอก็ถูกตามติดจากสื่อเช่นกัน ดังนั้นเจ้าชายวิลเลียมจึงออกมาปกป้องเคทโดยการเตือนสติสื่อต่างๆ ว่าที่พระองค์ต้องเสียพระมารดาไปนั้น เป็นเพราะอะไร เป็นเหตุให้สำนักพิมพ์ต่างๆ ตกลงว่าจะไม่ซื้อรูปของเธอจากปาปารัชชี 
  หากจะโทษสื่อเพียงฝ่ายเดียวก็ดูเหมือนจะเป็นการวิเคราะห์ไม่รอบด้าน นอกจากสื่อโดยเฉพาะปาปารัชชีที่ชอบตามติดแล้ว ผู้ที่มีส่วนผิดและเป็นแรงกดดันให้ไดอาน่าหนีสื่อนั้น Aphrodite วิเคราะห์ว่ามีอีกสองฝ่ายที่ผิดคือ ราชวงศ์อังกฤษและความอ่อนแอในตัวของเจ้าหญิงเอง หากเจ้าหญิงมีจิตใจที่เข้มแข็งรู้จักต่อสู้กับสื่อเหมือนอย่างที่เคทเป็นเธอก็อาจมีโอกาสได้เห็นบุตรชายคนโตผู้เป็นที่รักในวันสำคัญของชีวิต
  ขอลงท้ายด้วยการรวบรวมรูปต่างๆ ที่ทั้งเคทและเจ้าหญิงผู้ล่วงลับถูกรุมล้อมและถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวมาให้ดู เพื่อให้คนดูได้คิดว่าหากเป็นคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไรที่มีคนติดตามทุกฝีก้าวโดยไม่ได้รับเชิญ และหากใครอยากเห็นภาพเคลื่อนไหวว่าเคทและเจ้าหญิงผู้ล่วงลับถูกสื่อล่วงละเมิดอย่างไร คลิกที่นี่



 
สิ่งที่อยากฝากไว้ให้คิดคือ หากจะหาสาเหตุว่าใครกันแน่ที่เป็นต้นตอให้ปาปารัชชีละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนั้น คุณคิดว่าความผิดควรตกอยู่กับใครในบรรดา
ก ปาปารัชชี
ข สำนักพิมพ์โดยเฉพาะนิตยสารกอซซิบต่างๆ
หรือ ค คนเสพข่าว