Search This Blog

Tuesday, 19 April 2011

The Royal Wedding เจ้าชายวิลเลียม – เคท ตอนที่ 1 Royal Wedding Part I


The Royal Wedding UnhideWhenUsed="false" Name="Medium Shading 2 Accent 3"/>
เมื่อสองวันก่อน เราสองคนได้รับการ์ดเชิญให้ไปร่วมงานเฉลิมฉลองพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียมและเคท มิลเดิลทัน ในวันที่ 29 เมษายน 2554 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เสียดายแต่เพียงอย่างเดียวว่าการ์ดเชิญนี้ไม่ได้มาจากสำนักพระราชวังของอังกฤษ แต่มาจากเพื่อนบ้านของเราเอง
      ในวันสำคัญดังกล่าว ประชาชนชาวอังกฤษสามารถจัดงานฉลองขึ้นที่บ้านของตนได้ และสามารถแสดงความยินดีหรือความจงรักภักดีได้โดยการประดับธงชาติไว้หน้าบ้าน หรือรอบบ้านแล้วแต่ความสะดวก ดังนั้นเมื่อขับรถไปตามไฮสตรีท (High Street) ก็จะเห็นบางร้านมีการประดับธงไว้อย่างสวยงาม
      เหตุที่ใช้คำว่า “บาง” นั่นก็เพราะ คนอังกฤษแบ่งเป็นสามฝ่าย คือฝ่ายที่เรียกว่า Royalist คือ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์หรือจะพูดให้ถูกคือสมเด็จพระราชินี เพราะเห็นว่าการมีระบบกษัตริย์เป็นสิ่งที่ทำให้อังกฤษเป็นอังกฤษ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่สองที่กษัตริย์ในตอนนั้นมีบทบาทในการเป็นผู้นำประเทศอย่างเด่นชัด หาดูตัวอย่างได้จาก The King’s speech ส่วนคนในกลุ่มนี้ที่อายุน้อยเห็นว่า การมีชีวิตที่หรูหราสะดวกสบายเหมือนในเทพนิยาย อีกฝ่ายคือฝ่ายกลาง คือ ไม่ถึงกับเทิดทูนและก็ไม่ได้ต่อต้านสมเด็จพระราชินีและราชนิกูลไปเสียทุกเรื่อง    ฝ่ายที่สาม สำนักข่าวบีบีซีที่นี่เรียก กลุ่มคนที่ต่อต้านสถาบัน หรือ Anti – monarchy Republican ซึ่งเป็นฝ่ายที่เริ่มออกมาเคลื่อนไหว ตั้งแต่ที่รัฐบาลของเดวิด คาเมรอนออกนโยบาย ตัดงบประมาณส่วนที่เป็นกองทุนให้นักศึกษากู้ยืม (น่าแปลกที่เดวิดเห็นว่าการรบกับลิเบียสำคัญกว่าการศึกษาของคนในประเทศตนเอง) และคนบางส่วนในฝ่ายนี้ก็ไม่เห็นด้วยกับการปกครองที่ประชาชนต้องจ่ายภาษีให้แก่สถาบันสมเด็จพระราชินีที่ไม่ได้ประกอบอาชีพแต่มีชีวิตที่สุขสบาย อย่างไรก็ดี การที่มีคน “บางส่วน” นี้อยู่ในประเทศ สมเด็จพระราชินีและราชนิกูลจึงต้องเริ่มจ่ายภาษีให้แก่รัฐบาล ดังนั้นแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศให้วันศุกร์ที่ 29 เมษายนเป็นวันหยุดพิเศษอีกหนึ่งวัน ซึ่งหมายความว่าคนอังกฤษหรือคนในสหราชอาณาจักรจะมีวันหยุดติดต่อกันตั้งแต่ 29 เม.ย. –1 พ.ค. แต่คนกลุ่มนี้ก็เห็นว่าการที่รัฐบาลทำอย่างนั้นเป็นเรื่องโง่เขลาไร้สาระ
       กลับมาที่พิธีอภิเษก งานเฉลิมฉลองพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียมและเคท มิลเดิลทันส์ ในวันที่ 29 เมษายน 2554 ที่กำลังจะมาถึงนี้ คนอังกฤษเรียกว่า The Royal Wedding ตอนที่ทั้งสองออกมาประกาศการหมั้นอย่างเป็นทางการผ่านสถานีโทรทัศน์ บีบีซี 2 เมื่อวันคืนวันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าชายวิลเลียมส์ขอเคทแต่งงานระหว่างที่ทั้งสองไปพักผ่อนที่ประเทศเคนยา เมื่อเดือนตุลาคม 2553 หลังจากนั้น ก็มีคนสองฝ่ายออกมาแสดงความเห็น เกี่ยวกับประชาชนตาดำที่จ่ายภาษีให้แก่รัฐ หรือ แท็กซ์ เพเยอร์ (Tax Payer)ต้องมารับภาระค่างานแต่งงานของทั้งสองหรือไม่ เพราะในขณะนั้น รัฐบาลเพิ่งประกาศนโยบายรัดเข็มขัด ตัดงบประมาณออกมา บางคนพูดประชดติดตลกว่า หากไม่มีเงินจัดงานเองก็ให้ไปจดทะเบียนกันที่สำนักทะเบียนสิ แต่ในที่สุด ทางรัฐบาลก็ออกมาประกาศว่าทางฝ่ายพระบรมวงศานุวงศ์ และทางครอบครัวมิดเดิลทันส์จะร่วมกันออกค่าใช้จ่ายในการจัดงานให้แก่ทั้งคู่ แต่ที่ประชาชนผู้เสียภาษีต้องจ่ายคือค่าเสียเวลาในที่เนื่องมาจากการรักษาความปลอดภัยและค่าเดินทางหากต้องการมาร่วมฉลองในวันงานแต่งงานที่จะมีขึ้น
     การประกาศการหมั้น ทำให้มีทั้งฝ่ายที่แสดงความยินดี และฝ่ายที่เห็นว่าชีวิตสมรสของทั้งคู่จะลงเอยเหมือนเจ้าฟ้าชายชาร์ลกับเจ้าหญิงแห่งเวลส์หรือไม่ที่เห็นได้ชัดคือบิช็อพแห่งวิลเลสเด็น พีท โบรดเบ็นท์ ซึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นและวิจารณ์พระบรมวงศานุวงศ์ที่ส่วนใหญ่จะจบลงด้วยการหย่าร้าง คู่ล่าสุดก็คือเจ้าฟ้าชายชาร์ลกับเจ้าหญิงแห่งเวลส์ และลงท้ายด้วยการสบประมาทว่า คู่ของเจ้าชายวิลเลียมส์ และเคทอาจอยู่กินกันได้แค่เจ็ดปี
    หลังจากนั้นคงเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับบิช็อพท่านนี้ ใช่แล้วล่ะ ในวันต่อมา ท่านก็ออกมาเขียนข้อความเป็นเชิงขอโทษ แต่ก็ยังโดนแบนไม่ให้ออกงานจนกว่าจะลบข้อความออกจากเฟสบุ๊ค ในที่สุดท่านก็เขียนข้อความใหม่ว่า ท่านเสียใจกับภาษาที่ท่านใช้และเนื้อหาของสิ่งที่เขียน และจบลงด้วยการอวยพรให้ทั้งคู่ครองรักกันอย่างยืนยาวและมีความสุข และท่านจะสวดมนต์ขอพรให้ทั้งคู่

อ่านต่อ ตอนที่สอง วันประกาศการหมั้นอย่างเป็นทางการ